หน้าหลัก
ITA
LPA
ประกาศจากระบบ e-GP

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

 
 
 
ยุงลายพาหะร้ายโรคไข้เลือดออก
 
โรคไข้เลือดออกต่างจากไข้หวัดธรรมดาอย่างไร!!  
 
คลิกที่ภาพเพื่อขยาย

สาเหตุของโรคไข้เลือดออก
โรคไข้เลือดออกเป็นโรคที่เกิดจากตัวไวรัสเด็งกี่ โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค ซึ่งยุงลายเพศเมียจะเป็นตัวที่คอยกัดคนในช่วงเวลากลางวันเพื่อดูดเลือดเป็นอาหาร สำหรับเชื้อไวรัสนั้นจะเข้าสู่กระเพาะของยุง และเข้าไปอยู่ในเซลล์บริเวณผนังกระเพาะ และจะยิ่งเพิ่มจำนวนไวรัสมากขึ้นจนออกมาจากเซลล์ผนังกระเพาะ จากนั้นจะเดินทางเข้าสู่ต่อมน้ำลายของยุงที่พร้อมจะเข้าสู่คนที่ถูกกัดต่อไป สำหรับระยะฟักตัวในยุงนั้นจะใช้เวลาประมาณ 8-12 วัน และเมื่อยุงตัวนั้นไปกัดคนอื่นก็จะปล่อยเชื้อไวรัสไปยังผู้ที่ถูกกัดต่อไป เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจนผ่านระยะเวลาฟักตัวนาน 5-8 วัน ผู้ป่วยก็จะมีอาการของโรคไข้เลือดออกแสดงออกมา

ความแตกต่างระหว่างไข้เลือดออกและไข้หวัด

จากข้อมูลข้างต้นจะพบว่าอาการของผู้ป่วยที่เป็นไข้เลือดออกและไข้หวัดนั้นใกล้เคียงกันมาก กล่าวคือ มีไข้ ตัวร้อน ไอ คลื่นไส้เวียนหัว จึงทำให้ผู้ป่วยและคนรอบข้างชะล่าใจ ไม่รีบรักษาเนื่องจากคิดว่าเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา แล้วมาพบแพทย์ก็ต่อเมื่ออาการหนักจนเสี่ยงต่อการเสียชีวิต ดังนั้นทางที่ดีเมื่อพบว่าตนเองมีอาการป่วยไข้ อย่านิ่งนอนใจให้รีบมาพบแพทย์ หรือถ้าหากกินยาแล้วอาการไม่ทุเลาลงแต่กลับมีไข้สูง ให้รีบเช็ดตัวผู้ป่วยเพื่อลดไข้ และกินยาพาราเซตามอล จากนั้นให้รีบมาพบแพทย์เพื่อรักษาต่อไป เนื่องจากหากรีบรักษาผู้ป่วยจะกลับมามีสุขภาพที่แข็งแรงได้ในเร็ววัน และกลับไปใช้ชีวิตปกติได้อย่างรวดเร็ว อาการของไข้เลือดออกที่เห็นชัดมีดังนี้

มีไข้สูงตั้งแต่ 39 - 90 องศาเซลเซียส
ส่วนมากไม่มีน้ำมูก ไม่ไอ
อาจมีการปวดเมื่อยตามตัว ปวดกล้ามเนื้อ ปวดดวงตา
อาจพบว่ามีจุดเลือดออกตามผิวหนัง
มีเลือดออก (กรณีอาการถึงขั้นรุนแรง) เลือดกำเดาไหล เลือดตามไรฟัน อาจถ่ายหรืออาเจียนเป็นเลือด

วิธีดูแลผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก
ในช่วงที่ผู้ป่วยมีไข้สูง บางรายอาจมีอาการชักได้พร้อมกัน โดยเฉพาะเด็กที่เคยมีประวัติการชักมาก่อน ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องให้ยาลดไข้ และควรใช้ยาพาราเซตามอลเท่านั้น ห้ามใช้ยาแอสไพรินเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกล็ดเลือดในร่างกายเสียการทำงาน อีกทั้งยังทำให้เกิดการระคายเคืองในกระเพาะอาหารและทำให้เลือดออกมาได้ง่ายขึ้น
ควรชดเชยน้ำให้แก่ผู้ป่วย เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีไข้และมีอาการเบื่ออาหาร รวมทั้งอาเจียน จึงทำให้ขาดน้ำในปริมาณมาก ดังนั้นจึงควรชดเชยน้ำด้วยการให้ดื่มน้ำผลไม้หรือสารละลายผงน้ำตาลเกลือแร่
หมั่นติดตามอาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้เพื่อป้องกันภาวะช็อกได้ทันเวลา
ต้องให้ผู้ป่วยอยู่ในที่ปลอดยุง ควรมีมุ้งลวดหรือกางมุ้งเพื่อป้องกันยุงและการแพร่ระบาดของโรค
ควรให้ผู้ป่วยอยู่ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก
ควรให้ผู้ป่วยพักผ่อนมาก ๆ หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมนอกบ้าน
ดื่มน้ำหรือเกลือแร่ให้มากพอ โดยสังเกตที่สีปัสสาวะจะเป็นสีเหลืองอ่อน หากปัสสาวะสีเข้ม ต้องดื่มน้ำเพิ่มขึ้น
เช็ดตัวผู้ป่วยด้วยผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่น ควรรักษาอุณหภูมิร่างกายผู้ป่วยไม่ให้สูงถึง 39 องศาเซลเซียส กรณีที่มีไข้ ห้ามเช็ดตัวหรืออาบน้ำด้วยน้ำเย็น เพราะผู้ป่วยอาจสั่นได้
ควรกินยาลดไข้พาราเซตามอลตามขนาดที่แพทย์สั่ง เพราะหากรับยาเกินขนาดอาจทำให้ตับอักเสบได้
ห้ามให้ผู้ป่วยกินยาแอสไพรินและยากลุ่ม NSAIDS เด็ดขาด เนื่องจากยาทั้ง 2 ตัวต้านการจับตัวเป็นก้อนของเลือด อาจไปกระตุ้นอาการเลือดออกได้
ห้ามฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ งดใช้ยากลุ่มปฏิชีวนะ เพราะเชื้อไวรัสของโรคไข้เลือดออกไม่ใช่เชื้อแบคทีเรีย จึงไม่จำเป็นกับผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเลย
ควรรับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย และรสไม่จัด เช่น ข้าวต้ม หรือแกงจืด เป็นต้น
ไม่ควรรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีสีแดง ดำ หรือน้ำตาล เพราะเวลาปัสสาวะและอุจจาระอาจสังเกตได้ยากกว่าสิ่งที่ผู้ป่วยขับถ่ายออกมามีเลือดปนมาด้วย
ช่วงหน้าฝนเป็นช่วงที่ต้องระวังไข้เลือดออก เพราะเป็นช่วงที่ยุงลายออกอาละวาดหนัก ทุกคนควรป้องกันตัวเองและคนใกล้ชิดให้ห่างจากยุงลายให้มากที่สุด
หากอาการของผู้ป่วยไม่ดีขึ้น มีไข้สูงต่อเนื่อง และมีอาการเตือนที่รุนแรง ให้รีบพาผู้ป่วยไปโรงพยาบาลโดยด่วน ซึ่งอาการจะมีดังนี้

ผู้ป่วยมีอาการซึมหรืออ่อนเพลียมากขึ้น
ผู้ป่วยสามารถดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารได้น้อยลง
มีอาการคลื่นไส้และอาเจียนตลอดเวลา
มีอาการปวดท้องมาก
เลือดออกผิดปกติ เช่น เลือดกำเดาไหล อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายอุจจาระเป็นสีดำมีเลือดปน
ผู้ป่วยปัสสาวะน้อยลงหรือไม่ปัสสาวะเลยในระยะ 4-6 ชั่วโมง
ผู้ป่วยกระหายน้ำอยู่ตลอดเวลา
กระสับกระส่าย หงุดหงิด หรือเอะอะโวยวาย
หากเป็นคนไข้เด็กอาจร้องกวนตลอดเวลา
มีอาการตัวเย็นชื้น เหงื่อออก สีผิวคล้ำลง ตัวลาย ซึ่งในขั้นนี้อาจช็อกได้

Cr. ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ https://www.honestdocs.co

 

ข่าว ณ. วันที่ 3 ก.ค. 2561 เวลา 11.23 น. โดย คุณ มยุรี กล้ากสิกรณ์

ผู้เข้าชม 284 ท่าน

 
 
 
เริ่มนับ วันที่ 16 ก.ย. 2558
 

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player